
ตลอดระยะเวลาก่อนหน้านี้มีข่าวโคมลอยว่า โอเล่ กุนท้องนาร์ โซลชา กุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชมรมดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อยากที่จะให้ ปอล ป็อกบา กับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ลงเล่นเป็นตัวจริงพร้อมมากมายๆเนื่องจากว่ามั่นใจว่าทั้งสองจะผนึกกำลังกันทำให้เกมรุกของกลุ่มมีความสะดุดตาได้ ซึ่งตรงกันข้ามกับมุมมองของผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยที่รู้สึกว่าการเข้ามาของ แฟร์นันด์ส มันทำให้ ป็อกบา หมดอนาคตกับ “ภูติผีแดง” แล้ว ภายหลังที่ตำแหน่งของทั้งสองต่างก็เป็นกองกลางตัวกลางที่ระบุจังหวะการเล่นเป็นหลักเช่นกัน
ดังนี้ โซลชา อุตสาหะหาทางแก้อย่างมากตลอดมาว่าจะเอาไงดีถึงจะก่อให้ความฝันของตนเป็นจริงได้ ซึ่งไม่นานมานี้ เดอะ ซัน สื่อของเมืองผู้ดีก็ออกมาพูดว่าที่ปรึกษาชาวประเทศนอร์เวย์หาทางออกได้แล้ว ซึ่งก็คือจะให้ ป็อกบา ขยับขึ้นไปเล่นเป็นผู้นำกองทัพแบบนักฟุตบอลเลขลำดับ 10 ส่วน แฟร์นันด์ส ให้รับบทบาทแบบเดิมถัดไป
ถ้าหากว่า โซลชา ตกลงใจใช้แผนอย่างงั้นจริงๆมันก็มีความหมายว่ามันจะมีช่องว่างในตำแหน่งกองกลางตัวกลางอีกเพียง 1 ที่ เนื่องจากว่า โซลชา ถูกใจใช้แผน 4-3-3 เป็นหลัก ซึ่งโน่นก็จะมีผลให้ระหว่าง เฟร็ด, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ รวมทั้ง เนมานคุณย่า มาติเตียนช มันมีเพียงผู้เดียวที่กำลังจะได้ลงเล่น
โน่นนับว่าเป็นเรื่องที่โชคร้ายไม่น้อยเมื่อพิจารณาถึงการที่ทั้งผองต่างก็ทำผลงานได้เหมาะสมที่สุดตลอดตอนก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา โดยถ้าหากจะต้องเลือกแล้วนั้น คนไหนที่ควรได้ลงเล่นในช่องว่างอีก 1 ตำแหน่งที่เหลืออยู่ ? ซึ่งวันนี้พวกเราก็จะมาทดลองเทียบผลงาระหว่างอีกทั้ง 3 คนกัน
– เกมรับ
ในเมื่อ ป็อกบา รับหน้าที่เกมรุก แล้วก็ แฟร์นันด์ส รับหน้าที่คุมจังหวะการเล่นแล้วนั้น มันก็แสดงว่าหน้าที่หลักของกองกลางตัวกลางอีก 1 คนก็คือการเล่นเกมรับ ซึ่งบังเอิญอย่างมากที่อีกทั้ง 3 คนต่างก็มีความรู้ความเข้าใจที่สะดุดตาในด้านนี้พอกัน
ในหัวข้อการสกัดโดนบอล เฟร็ด นับว่าทำเป็นเหนือกว่าอีก 2 คน จากการสกัดโดนบอลในลีกเฉลี่ย 2.2 ครั้งต่อเกม แต่ว่ามันก็มิได้ทิ้งห่างจากอีก 2 รายเยอะแค่ไหน เนื่องจากว่าทั้งยัง แม็คโทมิเนย์ แล้วก็ มาตำหนิช ต่างก็มีค่าเฉลี่ยการเข้าสกัดโดนบอล 2 ทีต่อเกมเสมอกัน ส่วนในด้านการตัดบอลโดยที่ไม่ต้องพุ่งเสียบนั้น เฟร็ด ก็ยังทำเป็นเยี่ยมที่สุดในกรุ๊ป 3 น ด้วยค่าถัวเฉลี่ย 1.4 ครั้งต่อนัดหมาย แม้กระนั้น แม็คโทมิเนย์ ก็ตามมาติดๆที่ 1.3 ครั้งต่อเกม ส่วน มาติเตียนช ก็ติดตามที่ 1.2 ครั้งต่อนัดหมาย
ความไม่เหมือนที่แน่ชัดที่สุดในด้านเกมรับระหว่างทั้งยัง 3 คนนี้เป็นค่าถัวเฉลี่ยการโดนคู่ปรับเลี้ยงบอลผ่าน เนื่องจากว่า แม็คโทมิเนย์ โดนคู่ปรับลากผ่านไปได้เพียงแต่ 0.7 ครั้งต่อเกมแค่นั้น โดยที่ มาว่ากล่าวช ตามมาเป็นชั้น 2 ที่ 1.1 ครั้งต่อเกม ส่วน เฟร็ด โดนคู่ปรับเลี้ยงบอลผ่านสูงที่สุดในกลุ่ม 3 คน ด้วยค่าถัวเฉลี่ย 3 ครั้งต่อนัดหมาย
– การจ่ายบอล
ในเรื่องที่บางครั้งบางคราวจำเป็นต้องช่วยต่อบอลขึ้นเกมบุกแล้วนั้น เฟร็ด นับว่าเป็นตัวเลือกที่ดูดีที่สุด เนื่องจากว่าเขาผ่านบอลตรงเป้า 87 เปอร์เซ็นต์ เหนือกว่า มาว่ากล่าวช ที่ทำเป็น 83.1 เปอร์เซ็นต์ กับ แม็คโทมิเนย์ ที่ทำไป 79.1 เปอร์เซ็นต์ ในระดับหนึ่ง นอกเหนือจากนั้น เขาก็มีค่าเฉลี่ยวางบอลยาวตรงเป้าถึง 4.1 ครั้งต่อเกม ในตอนที่ แม็คโทมิเนย์ กับ มาตำหนิช ทำเป็นเพียงแต่ 2.9 ครั้งต่อเกม แล้วก็ 1.8 คราวต่อนัดหมายเป็นลำดับเพียงแค่นั้น Laosbet
ยิ่งกว่านั้น เฟร็ด ยังมีค่าเฉลี่ยการครอสบอลตรงเป้า 0.6 ครั้งต่อเกม ในช่วงเวลาที่ มาติเตียนช ทำเป็นเพียงแต่ 0.2 ทีต่อนัดหมาย ส่วน แม็คโทมิเนย์ ต่ำลงยิ่งกว่าอีกด้วยค่าถัวเฉลี่ย 0.1 ครั้งต่อเกม เวลาเดียวกัน เฟร็ด ยังมีค่าเฉลี่ยการส่งบอลที่เป็นจังหวะสำคัญต่อเกม 1.4 ครั้งต่อนัดหมาย ส่วนอีก 2 คนทำเป็นเพียงแค่ 0.8 คราวต่อเกมเสมอกัน
– ผลงานด้านอื่นๆที่น่าดึงดูด
ในด้านการเลี้ยงบอลนั้น เฟร็ด กับ แม็คโทมิเนย์ นับว่าเท่ากัน ภายหลังเลี้ยงบอลผ่านคู่ต่อสู้ 1.5 ครั้งต่อเกม ส่วน มาตำหนิช ตามมาติดๆที่ 1.3 ครั้งต่อนัดหมาย แต่ว่าในด้านการเรียกฟาวล์ได้นั้น แม็คโทมิเนย์ กินขาด ด้วยปริมาณ 2.3 ครั้งต่อเกม โดยที่ เฟร็ด ตามมาเป็นชั้น 2 ที่ 1.4 ครั้งตอ่เกม ตอนที่ มาติเตียนช ทำเป็นเพียงแต่ 0.8 คราวต่อนัดหมาย
อย่างไรก็ดี ในด้านการครอบครองบอล มาติเตียนช ทำเป็นเหมาะสมที่สุด ด้วยเหตุว่าเขาโดนคู่ต่อสู้แย่งบอลไปจากเท้าเฉลี่ย 0.8 ครั้งต่อนัดหมาย ในช่วงเวลาที่ เฟร็ด มีค่าเฉลี่ยด้านนี้ 1 ครั้งต่อเกม ส่วน แม็คโทมิเนย์ เป็นบ๊วยที่ 1.3 ครั้งต่อนัดหมาย นอกเหนือจากนั้น มาว่ากล่าวช ยังจับบอลพลาดต่ำที่สุดในกรุ๊ป 3 คน ที่ปริมาณ 0.9 ครั้งต่อเกมด้วย ตอนที่ เฟร็ด กับ แม็คโทมิเนย์ อยู่ที่ 1.6 ครั้งต่อเกม กับ 1.7 ครั้งต่อนัดหมาย เป็นลำดับ
แต่กระนั้น ในด้านลูกในอากาศ แม็คโทมิเนย์ จัดว่าครอบครองชั้น 1 เพราะว่าเขาชนะสำหรับการดวลลูกในอากาศ 2 ครั้งต่อเกม โดยที่มี มาติเตียนช ตามมาเป็นชั้น 2 ที่ 1.8 ครั้งต่อนัดหมาย ในเวลาที่ เฟร็ด ไม่สะดุดตาในด้านนี้เลย เพราะว่าเขาชนะการดวลลูกในอากาศเพียงแค่ 0.4 คราวต่อเกมแค่นั้น
สรุป : หากในด้านของการเล่นเกมรับแล้วนั้น แม็คโทมิเนย์ มองเป็นตัวเลือกที่น่าดึงดูดสูงที่สุด เขามีค่าเฉลี่ยการเข้าสกัดด้อยกว่า เฟร็ด แค่นิดเดียว แต่ว่าในด้านการดักทางคู่ต่อสู้เขาทำเป็นดีมากยิ่งกว่าผู้อื่นด้วยเหตุว่าโดนคู่ปรับเลี้ยงบอลผ่านน้อยมาก แถมเขายังเหนือกว่าอีก 2 คนภายในเรื่องลูกในอากาศด้วย
แต่ ถ้าหากในเหตุการณ์ที่บางทีก็อาจจะจะต้องพึ่งความสมดุลของทั้งยังเกมรับรวมทั้งเกมรุกแล้วนั้น เฟร็ด ก็บางครั้งอาจจะเป็นช่องทางที่ดูดีเยอะที่สุด โดยในกรุ๊ปทั้งยัง 3 คนนี้เขาส่งผลงานที่เป็นชั้นท้ายที่สุดเพียงไม่กี่ด้านเพียงแค่นั้น








