
เว้นเสียแต่การบรรลุเป้าหมายที่ทำเป็นเป็นอย่างมากกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แล้วนั้น อีกหนึ่งสิ่งที่เป็นลักษณะเด่นของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานผู้จัดการทีมฟุตบอลชาวสกอตต์ก็คึอการที่เขาชอบขึ้นเสียงใส่คนภายในกลุ่มแบบร้ายแรง จนถึงมีชื่อเสียงกันดีในชื่อ “ที่เป่าผม”
ดังนี้ ไม่นานมานี้ ขว้างทริซ เอวร่า อดีตกาลจอมบุก แมนฯ ยูไนเต็ด ออกมากล่าวมาว่า เฟอร์กูสัน เคยดุคนภายในกลุ่มอย่างมากโทษฐานที่ไม่ยินยอมแจกลายเซ็นให้แฟนคลับในตอนไปเตรียมพร้อมตอนปรี-ฤดูกาล ตอนที่การตบะแตกที่เลื่องลือที่สุดของเขาอาจจะหนีไม่พ้นการศึกกับ เดวิด เบ็คหมูแฮม ที่เขาเคยเผลอเตะสตั๊ดไปโดนขนคิ้วอีกข้าง จนกระทั่งทำให้ทั้งสองโกรธกันอย่างมาก
อย่างไรก็แล้วแต่ มันยังมีสถานะการณ์เกี่ยวกับที่เป่าผมอีกหลายเรื่องราวที่นับว่าเด่นเป็นอย่างมาก แล้วก็ถูกเอ๋ยถึงกันมากพอตัว ซึ่งวันนี้พวกเราจะมานำเสนอตัวอย่างที่เด่นๆสัก 5 อันกัน
– เหยื่อ : เวย์น รูนี่ย์ แล้วก็ หฝ่าส์ ซาฮา
ในช่วงฤดูกาล 2006-07 แมนฯ ยูไนเต็ด ไปถึงรอบรองชนะเลิศของศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ก็จริง แต่ว่าตอนเล่นรอบแบ่งกลุ่มพวกเขาเคยออกไปแพ้ เซลติเตียนก 0-1 ในนัดหมายรองในที่สุด ช่วงวันที่ 21 เดือนพฤศจิกายน ปี 2006 ด้วย ทำให้ในเวลานั้นพวกเขายังไม่ยืนยันการเข้ารอบ
แท้จริงวันนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด มีลุ้นประตูบ่อยครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก หฝ่าส์ ซาฮา แม้กระนั้นสมัยก่อนลำแข้งชาวประเทศฝรั่งเศสกลับยิงลูกกล้วยๆพลาด แถมยังยิงลูกจุดลูกโทษในช่วงท้ายเกมไม่เข้าด้วย ในตอนที่ รูนี่ย์ ก็ทำผลงานได้น่าผิดหวังเช่นเดียวกัน แล้วก็ทำให้ขณะนั้นอนาคตของเขาเต็มไปด้วยความไม่เที่ยงมากขึ้นไปอีก เพราะเหตุว่าในขณะนั้น รูนี่ย์ กลายเป็นข่าวสารว่าอยากได้ข้อตกลงฉบับใหม่ที่ให้ค่าตอบแทนก้อนโตตามไปด้วย Laosbet
รูนี่ย์ เปิดเผยถึงเรื่องในวันนั้นว่า “มันเป็นที่เป่าผมที่ชั่วร้ายที่สุดเท่าที่ผมเคยได้เห็น เขาไปยืนอยู่หน้า หฝ่าส์ แล้วก็ตวาดใส่ แต่ว่า หฝ่าส์ ไม่ใช่ผู้เดียวที่โดนด่าทอหรอกนะ ขณะนั้นผู้จัดการทีมฟุตบอลทราบว่าผมกำลังพูดจาคำสัญญาฉบับใหม่กับกลุ่มอยู่ และก็เขาก็ดุด่าผมด้วย -พวกนักฟุตบอลที่อยากได้เงินมากยิ่งกว่าเดิม แล้วก็คำสัญญาฉบับใหม่นี่นะ ฉันขอบอกเลยว่าหากคนภายในกรุ๊ปนั้นเล่นได้เพียงนี้น่ะ มันก็ไม่ควรได้อะไรทั้งหมดล่ะโว้ย!-“
– เหยื่อ : พอล อินซ์
อินซ์ บางทีก็อาจจะเคยเป็นอย่างยิ่งหลักให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ตรงเวลานับเป็นเวลาหลายปี แต่ว่ามันก็มิได้มีความหมายว่าเขาจะรอดจากที่เป่าผมของ เฟอร์กูสัน ไปได้ จริงๆแล้วเขาเป็นหนึ่งในอดีตกาลหน้าแข้ง แมนฯ ยูไนเต็ด ที่มีปัญหากับ เฟอร์กูสัน สูงที่สุดด้วย
ดังนี้ ครั้งที่เด่นที่สุดคงจะไม่พ้นปี 1993 ที่ขณะนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด นำห่าง นอริช สิตี้ อยู่ 3-1 โดยที่วันนั้น อินซ์ บากบั่นลากบอลในช่วงท้ายเกมแบบโก้เก๋ๆก่อนที่จะท้ายที่สุดจะเสียการครอบครองบอลไป รวมทั้งในจังหวะนั้น นอริช ก็แทบทำคะแนนได้ด้วย แต่ว่าในที่สุดก็ทำไม่เสร็จ ซึ่งถึงหลายๆคนจะคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องรุนแรงอะไร จากการที่เวลานี้ แมนฯ ยูไนเต็ด กำลังจะชนะอยู่แล้ว แม้กระนั้น เฟอร์กูสัน มิได้คิดแบบงั้น
อินซ์ เปิดเผยว่า “ผมมีความรู้สึกว่าวันนั้นพวกเรานำอยู่ 3-0 หรือ 3-1 แล้วก็มันไปสู่นาทีที่ 92 แล้ว ในตอนนั้นผมได้บอลกึ่งกลางสนาม เพียงพอผมมองดูไปด้านหน้าแล้วน่ะผมก็มองไม่เห็นผู้ใดเลย ด้วยเหตุดังกล่าวผมเลยลากบอลขึ้นไปเอง ผมเอาชนะได้ 1 คน, โชว์ลีลาท่าทางนิดเดียวแล้วเอาชนะผู้ที่สองได้ แม้กระนั้นและจากนั้นก็ทิ่มอลให้ผู้ที่สาม พวกเขาใช้เกมตอบโต้กลับเร็วแล้วก็แทบจะทำคะแนนได้ แล้วหลังจากนั้นเสียงนกหวีดยาวก็ดังขึ้น แล้วก็พวกเราก็ติดมือสังสรรค์กันพร้อมทั้งกล่าวว่า -ได้ผลสำเร็จการประลองที่ดีเลย พวก-“
“จากนั้น เฟอร์กูสัน เข้ามาในห้องแต่งตัว แล้วดุผมอย่างมาก เขาพูดว่า -มึงมีความคิดว่าตนเองเป็นผู้ใดกันแน่กันวะ ? มึงไม่ใช่ มาราโดน่า หรือ เปเล่ นะโว้ย- ผมสวนกลับไปเลยว่า -นายจ้าง นี่นายจ้างโกรธอะไรกันเนี่ย- ซึ่งเขาก็ตอบกลับมาว่า -เอ็งแทงอลในนาทีที่ 92 แล้วก็พวกนั้นก็เกือบทำคะแนนได้-“
“ผมตอบไปว่า -แต่ว่าพวกเขาทำแต้มมิได้นะฮะ และก็พวกเราก็ชนะ 3-1 ด้วย- แล้วหลังจากนั้นเขาก็เริ่มมาอยู่เบื้องหน้าผม เวลานี้ผมคิดเลยว่า -ฉันไม่ทนหรอกโว้ย- โดยเหตุนี้ผมเลยยืนขึ้น จนกระทั่งแปลงเป็นว่าพวกเราเจอหน้ากัน แล้วต่อจากนั้นเขาก็แผดเสียงใส่ผม น้ำลายของเขากระเด็นเข้าตาผมด้วย”
– เหยื่อ : ทุกคนในกลุ่มนัดหมายแพ้ เวสต์หมูแฮม ปี 2007
แมนฯ ยูไนเต็ด ได้แชมป์ลีกในช่วงฤดูกาล 2006-07 ไปครอบครองตั้งแต่ก่อนลงเล่นนัดหมายในที่สุดแล้ว ทำให้ถึงแม้นัดปิดฤดูกาลพวกเขาจะแพ้ เวสต์หมูแฮม ยูไนเต็ด 0-1 ติดอยู่รัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แต่ว่ามันก็มิได้ทำให้เกิดผลกระทบกับการลุ้นแชมป์ อย่างไรก็ดี เฟอร์กูสัน ไม่สบอารมณ์กับสกอร์ที่ออกมาเป็นอย่างมาก
รูนี่ย์ ย้อนเรื่องในอดีตว่า “กลุ่มโดยมากอาจสังสรรค์กันในห้องแต่งตัว, พร้อมเปิดแชมเปญ และก็ถ่ายภาพกัน แต่ว่าไม่ใช่พวกเรา ในช่วงเวลานั้นพวกเรานั่งจ้องมองพื้นราวกับเด็ก กุนซือสาดที่เป่าผมใส่พวกเรา ต่อจากนั้นมันก็จะต้องใช้เวลาอยู่พักหนึ่งกว่าที่ทุกคนจะเกิดกำลังใจดียิ่งขึ้น แล้วกลับมายิ้มแบบผู้ที่ได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก กันอีกรอบ”
– เหยื่อ : รุด ฟาน นิสเตลรอย
ในปี 2002 แมนฯ ยูไนเต็ด เคยแพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-3 ที่สนาม เมน โร้ด ซึ่งข้างหลังจบเกมไปแล้ว ฟาน นิสเตลรอย ก็แลกเปลี่ยนเสื้อกับนักฟุตบอลคนหนึ่งของ แมนฯ ซิตี้ ตามจารีตที่คนเป็นนักเตะจะทำกัน น่าสังเวชที่มันผิดหัวใจ เฟอร์กูสัน อย่างยิ่ง
เอ็งปรี่ เนวิลล์ เล่าถึงเรื่องขณะนั้นว่า “ข้างหลังจบเกมไปแล้ว รุด ฟาน นิสเตลรอย ก็ได้แลกเปลี่ยนเสื้อกับนักฟุตบอล สิตี้ คนหนึ่ง นักฟุตบอลคนนั้นของ สิตี้ เข้ามาขอแลกเปลี่ยนเสื้อกับเขา แต่ว่าเขา (เฟอร์กูสัน) ขึ้นเสียงใส่ไปว่า -มึงจะยกชุดแข่งขันให้คนอื่นๆมิได้ โน่นเป็นชุดแข่งขันของฉัน มันเป็นชุดแข่งขันของชมรม ไม่ใช่ชุดแข่งขันของมึง เอ็งเพียงแค่ได้ใส่มันชั่วครั้งชั่วคราวเพียงแค่นั้น มันไม่ใช่ของที่เอ็งจะชูให้คนอื่นๆได้อย่างไม่ยากเย็น- ตั้งแต่นั้นมาเขาก็ไม่แลกเปลี่ยนเสื้อกับเกมภายในประเทศอีกเลย”
– เหยื่อ : คริสเตียโน่ โรนัลโด้
หากจะพูดว่า โรนัลโด้ นับว่าเป็นหนึ่งในผลงานชิ้นโบว์แดงของ เฟอร์กูสัน ก็อาจจะไม่ผิดนัก เขาใช้เวลาอยู่พักหนึ่งกว่าที่จะปลุกปั้น โรนัลโด้ ให้เป็นนักฟุตบอลสุดยอดได้ ซึ่ง โรนัลโด้ ก็สำนึกพระคุณของ เฟอร์กูสัน มาจนถึงทุกวันนี้ ดังนี้ เฟอร์กูสัน มิได้เพียงแค่ตามใจ โรนัลโด้ เพียงแค่นั้น แม้กระนั้นยังคงใช้แนวทางเคร่งครัดสำหรับการอบรม โรนัลโด้ ด้วย ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นการที่เขาเคยตะโกนใส่ โรนัลโด้ อย่างมาก จนกระทั่งขั้นทำให้อีกข้างร้องไห้เลย
กีเยม บาลาเก ผู้รายงานข่าวโด่งดัง รายงานในหนังสือชีวประวัติของ โรนัลโด้ ว่า “ตอนอยู่ในห้องแต่งตัวน่ะ เฟอร์กูสัน เก็บอารมณ์เอาไว้ไม่อยู่ เขาตะคอกขึ้นมาว่า -มึงมีความคิดว่าตนเองเป็นคนไหนกันกันวะ ? พากเพียรที่จะเล่นด้วยตัวเองรึยังไงกัน ? ถ้าหากมึงทำแบบนี้น่ะ มึงจะไม่มีทางได้เป็นนักเตะหรอกโว้ย-“




